คอร์สออนไลน์

Forex 101 : ปฐมบทฟอเร็กซ์

บทเรียนสั้นๆ Forex 101 นี้ เกิดขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลของเพื่อนๆ เทรดเดอร์ที่รักในการเทรด Forex คอร์สที่เราทุกคนจะได้อ่าน มีผู้อ่านมาและนำไปใช้ประโยชน์มาแล้วกว่า 10,000 คน เราสอนและบรรยายเทรดเดอร์ใหม่ๆ ให้เข้าใจตลาด Forex และวิธีการทำกำไรจากมัน 

มีอะไรบ้างในคอร์สนี้?
คอร์สนี้ประกอบด้วย เนื้อหาทั่วไปเกี่ยวกับ Forex สิ่งที่ทุกคนควรรู้และเข้าใจ สกุลเงินต่างๆ การอ่านข่าวเศรษฐกิจ เวลาที่เหมาะสมในการเทรด และที่สำคัญเคล็ดลับการทำกำไรจากตลาด Forex

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในตลาด Forex มีใครบ้าง?
George Soros
คงเคยได้ยินชื่อ George Soros กันมาบ้าง เค้าเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex เป็นอย่างมาก โดยการเทรดที่ได้รับการกล่าวขวัญเป็นอย่างมาก คือ การคาดการณ์ว่าราคาเงินปอนด์จะร่วงในปี 1992 George Soros วางสถานะ Short ในเหตุการณ์นั้น ทำให้เค้าได้กำไรกว่า 1 พันล้านปอนด์ และเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อของเค้าโด่งดังไปทั่วเมืองไทย คือ การคาดการณ์ราคาเงิน USD/THB ได้อย่างถูกต้อง และได้กำไรจากเหตุการณ์เงินบาทลอยตัวในครั้งนั้น
Stanley Druckenmiller
คนสนิทของ George Soros เค้าทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ George Soros มาโดยตลอด นอกจากนี้เค้ายังดูแลกองทุนของตนเอง คือ Duquesne Capital ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐในปัจจุบัน
Bill Lipschutz
มีฉายาว่า “Sultan of Currencies” เค้ามองตลาด Forex ว่าเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยา และบอกทุกคนว่าควรจะทำกำไรอยู่ที่ 20-30% ในการเทรดแต่ละครั้ง 

จะทำอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex?
การเทรด Forex ให้สำเร็จนั้น ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการลงเงินในพอร์ตไปเยอะๆ แต่เป็นการลงทุนในความรู้ และลองผิดลองถูก จนหาแนวทางการเทรดของตนเองได้ 

ขอให้คอร์สเรียนออนไลน์นี้ เป็นการลงทุนในความอย่างหนึ่ง หากมีข้อสงสัยและต้องการเปิดบัญชีเทรดทั้ง บัญชีทดลองและบัญชีจริง ติดต่อทีมงานได้ตามช่องทางต่างๆ ของเรา

Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange ซึ่งหมายถึง ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา

ตลาดฟอเร็กซ์เป็นตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการซื้อ-ขายต่อวันอยู่ที่ 5 พันล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ 

เราซื้อ-ขายอะไรใน Forex?

ในตลาดฟอเร็กซ์ เราซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนสกุลเงิน เช่น ซื้อดอลล่าร์สหรัฐ ขายเงินเยน เป็นต้น

ใครอยู่ในตลาดบ้าง?

ในปริมาณการเทรดระดับตลาดฟอเร็กซ์ แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่รายย่อยที่เทรดเท่านั้น ผู้เทรดในตลาดที่สำคัญ ได้แก่

1. รัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆ
ประเทศที่เราให้ความสำคัญ คือ ประเทศที่อยู่ในกลุ่ม G7 หมายถึง ประเทศสหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร ประเทศฝรั่งเศส ประเทศญี่ปุ่น ประเทศแคนาดา และประเทศอิตาลี

ในประเทศเหล่านี้ คนที่เราต้องให้ความสนใจในการติดตามข่าว คือ การแถลงการณ์ของบุคคลดังต่อไปนี้
1. ประธานธนาคารกลาง
2. นายกรัฐมนตรี
3. ประธานาธิบดี
4. US Federal Reserve Bank
5. ประธานธนาคารกลางยุโรป

รัฐบาลและธนาคารเหล่านี้มีความจำเป็นต้องซื้อ-ขายอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด เพื่อรักษาสมดุลของอัตราการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ปริมาณการซื้อ-ขายของรัฐบาลและธนาคารกลางมีปริมาณที่มาก อีกทั้งการแถลงข่าวต่างๆ ของรัฐบาลและธนาคารกลางมักจะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างรุนแรงเสมอ

2. บริษัทยักษ์ใหญ่
บริษัทยักษ์ใหญ่มักจะมีการซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินอยู่เสมอ เนื่องจากมักมีการกู้เงินในสกุลเงินต่างชาติ อีกทั้งยังทำการค้าระหว่างประเทศกับประเทศที่ใช้สกุลเงินที่แตกต่างกัน การเคลื่อนไหวของบริษัทยักษ์ใหญ่จึงส่งผลต่อตลาดฟอเร็กซ์เป็นอย่างมากเช่นกัน

3. เทรดเดอร์รายย่อย
เทรดเดอร์รายย่อยอาจจะไม่สำคัญในตลาดอื่นๆ แต่สำหรับตลาดฟอเร็กซ์แล้ว เทรดเดอร์รายย่อยมีบทบาทสำคัญต่อตลาด ยกตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์อย่าง George Soros ที่มีปริมาณการเทรดอย่างมหาศาล เป็นต้น

ตลาดฟอเร็กซ์ต่างจากตลาดหุ้นตรงที่ ตลาดหุ้นทำกำไรจากราคาที่สูงขึ้นของหุ้น แต่ตลาดฟอเร็กซ์ เราทำกำไรได้ทั้งในขณะที่ค่าเงินขึ้นและลง

จะอยู่ฝั่ง “buy” หรือ ฝั่ง “sell”

การเปิดสถานะ buy คือ การเปิดสถานะที่เราคิดว่าราคาจะขึ้น
การเปิดสถานะ sell คือ การเปิดสถานะที่เราคิดว่าราคาจะลง
เช่น USD/JPY ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 106 และเราวิเคราะห์แล้วว่าราคาจะขึ้นไปที่ 110 ให้เราเปิดสถานะ buy และเมื่อราคาขึ้นไปตามคาดการณ์ ให้เราปิดสถานะ (Close Trade)
ในทางกลับกัน หาก USD/JPY ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 106 และเราวิเคราะห์แล้วว่าราคาจะลงไปที่ 101 ให้เราเปิดสถานะ sell และเมื่อราคาลงไปตามคาดการณ์ ให้เราปิดสถานะ (Close Trade)

เราสามารถทำกำไรได้จากหลักการง่ายๆ เพียงเท่านี้

เหตุผลต่างๆ นานาที่คนหลงใหลในตลาดฟอเร็กซ์ มีดังนี้

ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง 5 วัน ต่อสัปดาห์ (สกุลเงินดิจิตอลไม่มีวันหยุด)
เราอาจจะเคยรู้สึกคิดถึงตลาดหุ้นเวลาปิดทำการ หรือแม้แต่ไม่ว่างเทรดในเวลาทำการของตลาด เพราะบางคนอาจะเทรดเป็นงานเสริม แต่สำหรับตลาดฟอเร็กซ์นั้น แม้ว่าเราจะทำงานตอนกลางวัน เราสามารถเทรดตอนกลางคืนได้ กราฟมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาในช่วง 5 วันทำการ (อาจหยุดบางชั่วโมง) นอกจากนี้สำหรับนักเทรด Bitcoin สบายใจได้ เพราะว่าสกุลเงินดิจิตอลไม่มีการปิดทำการ

ฝาก – ถอนเงินได้ตลอด
สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดในตลาดหุ้นอาจเคยได้ยินคำว่า “T+1” ซึ่งหมายถึง หากเราฝากเงินหรือถอนเงินในวันนี้ เราจะได้เงินในวันถัดไป แต่สำหรับตลาดฟอเร็กซ์ ด้วยความที่เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง จึงทำให้เราสามารถฝากเงินและทำกำไรจากเงินนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ และการถอนเงินก็เช่นกัน แทบจะได้รับทันทีเมื่อทำการถอน (ทั้งนี้ ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละโบรกเกอร์)

ตลาดคึกคัก แม้จะมีวิกฤติเศรษฐกิจ แต่เทรดได้ตลอด
เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต่างๆ หากลงทุนในตลาดหุ้น เราอาจจะต้องเลิกเทรดไปเลย เพราะเมื่อเกิดวิกฤติ ตลาดหุ้นจะซบเซา ในขณะดียวกัน ตลาดฟอเร็กซ์จะยังคงเทรดได้เสมอ แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เพราะการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์คือการเทรดได้ทั้ง 2 ฝั่ง คือ ขา buy และ ขา sell

ใช้ทุนต่ำ
หากกำลังมองหาการเทรดที่ใช้ทุนต่ำ ในตลาดฟอเร็กซ์เราสามารถเริ่มต้นการฝากเงินเพื่อเทรดได้ที่ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ และสามารถทำกำไรได้จากเงินน้อยๆ สะสมขึ้นไปได้

เลเวอเรจ
เลเวอเรจ (Leverage) คือ กลไกทางราคาที่ทำให้เราเทรดได้โดยใช้เงินทุนน้อยลง เมื่อเราใช้ทุนต่ำ เราสามารถใช้เลเวอเรจในการคูณมูลค่าของเงินในการเทรดได้ เช่น เลเวอเรจ 1:10 เราสามารถลงเงินเพียง 1 เพื่อเทรดแทน 10 เป็นต้น โดยแต่ละโบรกเกอร์ในปัจจุบันให้เลเวอเรจต่างกัน ตัวอย่างเช่น XM ให้ 1:888, Exness ให้ 1: 2000 และ FBS ให้ 1: 3000 ทั้งนี้ควรปรับเลเวอเรจให้เหมาะสมกับการเทรดของตนเอง

เมื่อเราเห็นราคาบนตาราง ให้เราอ่านราคาตามตัวอย่างด้านล่าง เช่น

USD/JPY ราคา 106.51

มีความหมายว่า ” 1 ดอลล่าร์สหรัฐ มีค่า 106.51 เยน “

PIP ย่อมาจาก Price Interest Point คือ หน่วยเล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในสกุลเงิน โดยทั่วไปคือ เลขทศนิยมตำแหน่งที่ 4

AUD/USD 0.7673

แต่ในคู่เงินที่คู่กับ JPY จะมีแต่ 2 ตำแหน่ง

Spread หรือ สเปรด คือ ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ และราคาขาย

1.22888 —- 1.22897
ส่วนต่างอยู่ที่ 0.00011

สเปรดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ และสภาพคล่องของตลาด ถ้ายิ่งสภาพคล่องสูง สเปรดจะยิ่งต่ำ

การเลือกคู่สกุลในการเทรด มีความสำคัญในการเทรดเป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลถึงสเปรดและสภาพคล่องของสกุลเงิน

โดยส่วนใหญ่คนจะนิยมเทรดคู่เงินหลัก เพราะมีสภาพคล่องที่ดี

คู่เงินหลัก : Majors
คือ คู่เงินดังต่อไปนี้
EUR/USD
GBP/USD
USD/JPY
USD/CHF
EUR/JPY
USD/CAD

คู่เงิน Crosses
คือ คู่เงินที่ไม่ได้อ้างอิงกับ USD หมายถึงคู่เงินดังต่อไปนี้
GPB/JPY
AUD/CAD
EUR/GPB
EUR/AUD
CAD/JPY
NZD/JPY

คู่เงิน Exotics
ค่าเงินในประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ โดยคู่เงิน Exotics มักมีสภาพคล่องต่ำ และสเปรดสูง
USD/TRY
USD/ZAR
USD/MXN
USD/SGD
EUR/TRY
EUR/SEK

หากเทรดเวลาตามประเทศไทย GMT+7 ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเทรดคือ ช่วงเวลาที่มีการซื้อ-ขาย สูงสุด ช่วงเวลาดังนี้

อันดับ 1
เวลา 18.00 – 23.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดยุโรปยังเปิดในภาพบ่าย และตลาดอเมริกาเปิดในภาคเช้า

อันดับ 2
เวลา 13.00 – 17.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดยุโรปเปิด

อันดับ 3
เวลา 7.00 – 8.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดออสเตรเลียและตลาดเอเชียเปิด

การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของราคา เราสามารถวิเคราะห์ได้ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ ดังต่อไปนี้

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
คือ การวิเคราะห์จากพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ การเมืองและสังคม การลงทุน ทิศทางของประเทศ สิ่งเหล่านี้จะเป็ฯตัวบ่งบอกว่าสกุลเงินของประเทศนั้นๆ จะมีมูลค่าสูงขึ้นหรือลดลง 

หากประเทศมีการส่งเสริมการลงทุนในประเทศ หรือเสณษฐกิจมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น มูลค่าของเงินก็จะมากขึ้น เพราะคนจะเข้าซื้อสกุลเงินนั้น ตามหลักอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply)

การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค
การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค คือ การวิเคราะห์โดยการอ่านกราฟราคา การดูราคาที่มีนัยยะสำคัญ แนวจิตวิทยาของราคา 
เทรดเดอร์ที่มีการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคมักมีการศึกษาการอ่านกราฟ แท่งเทียน และการใช้อินดิเคเตอร์ในการทำกำไร

การขับเคลื่อนของราคาเกิดจากปัจจัยที่สำคัญดังต่อไปนี้

1. อัตราดอกเบี้ย
2. อัตราเงินเฟ้อ
3. อัตราเงินฝืด
4. อัตราการเติบโตของตัวเลข GDP
5. การจ้างงาน
6. การรายงานการนำเข้า-ส่งออก
7. เหตุการณ์ทางการเมือง
8. ความขัดแย้งทางการเมือง
9. การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

ในทุกๆ วัน จะมีการประกาศตัวเลขต่างๆ ตามปฏิทินทางเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขน้ำมันคงคลัง ตัวเลขอัดตราดอกเบี้ย ตัวเลขนำเข้า-ส่งออก ต่างๆ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาค่าเงิน

ในข่าวจะมีการแสดงตัวเลขล่าสุด (Previous) และตัวเลขคาดการณ์ล่วงหน้า (Forecast) และเมื่อประกาศก็จะมีตัวเลขจริง (Actual) ขึ้นมา

ในกรณีที่ ตัวเลขจริงที่ประกาศ มากกว่า ตัวเลขที่คาดการณ์ จะส่งผลให้สกุลเงินมีค่าสูงขึ้น

Forex 102 : เทคนิคการเทรด

Coming soon

Show More

คอร์สออนไลน์

แสดงความคิดเห็น

Adblock Detected

Please consider supporting us by disabling your ad blocker